Thailand Search Engine Marketing Club - SEM.or.th
November 21, 2009, 12:00:34 PM *

เผยหมดเปลือก 10 กลยุทธ์ สู่ยอด $10,000 ต่อเดือน ได้ภายใน 1 ปี

Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News: Thailand National Online Campaign - TNOC แคมเปญช่วยชาติคุณเองก็ช่วยได้
http://groups.google.com/group/tnoc?hl=en
 
   Home   Help Chat Calendar Login Register  
Pages: [1] 2 3 ... 27   Go Down
  Print  
Author Topic: เผยหมดเปลือก 10 กลยุทธ์ สู่ยอด $10,000 ต่อเดือน ได้ภายใน 1 ปี  (Read 48369 times)
iAds and 1 Guest are viewing this topic.
R@Y
นิสิตรุ่นใหญ่
****

Thanks! : 32
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 224


ทำ ทำ และก็ทำ

googhydr
« on: December 26, 2008, 04:46:16 PM »

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกคน จากที่เคยสัญญาไว้ว่าถ้ายอดเกิน $10,000 เมื่อไหร่
ก็จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ และเทคนิคต่างๆ ที่ผมใช้ ว่ามีอะไรบ้าง เผื่อจะเป็น
ประโยชน์ให้กับคนใหม่ๆ ที่เข้ามาทำธุรกิจ affiliate นี้นะครับ อันนี้จะเป็นบทความแรก
และบทความเดียวของผมใน รอบ 1 ปีนี้นะครับ

ก่อนอื่นก็ขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย มีหลายๆคนในนี้
ที่มียอดมากกว่าผมเยอะเลย แต่ผมอยากแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่นๆ บ้าง
เพราะผมคิดว่า ความรู้ยิ่งให้ ยิ่งได้รับมากขึ้นครับ และอีกอย่างผมคิดว่าธุรกิจนี้
มันมีตลาดที่ใหญ่ มากๆๆๆ เลย พวกเราแบ่งมาได้จี๊ดเดียว ถ้าผมให้ความรู้กับ
เพื่อนๆ ให้คนไทยเรา ทำได้เก่งๆ ทุกคน เราก็จะได้ไปแบ่งเค้ก ก่อนนี้มาจากฝรั่ง
ได้มากขึ้น

ประวัติส่วนตัวของผมคร่าวๆ นะครับ เป็น engineer อยู่ในบริษัททางด้าน
อุตสาหกรรม Harddisk ครับ เงินเดือนก็ประมาณ 50K ต้นๆ
โดยส่วนตัวแล้วชอบเล่นคอมพิวเตอร์เป็นกิจวัตรประจำวัน เริ่มเล่นตัวแรกเลย
คือ 80386 ของ intel จอเขียวๆ ตอนนั้นเข้า ปวช1 ต้องเรียนเขียน
โปรแกรม pascal ก็เลยชอบตั้งแต่นั้นมา ก็เลยไปเข้าชมรมคอมของ สจพ
(อ้อๆ ผมเข้า ปวช 1 - จบวิศวะ จากพระจอมเกล้า พระนครเหนือ) ตั้งแต่นั้น
ก็เล่นมาเรื่อยๆ 486, 486dx2, pentium, pentium 2, pentium 3
pentium 4 ----> อีกมากมาย ของ AMD ก็เล่น คู่กันมา หมดเงินไปเยอะเลย
overclock ไหม้กันจะจะ ช่วงนั้นมันส์มากเลย เพราะ intel กับ AMD สู้กัน
สุดยอด ออกรุ่นใหม่ๆ มาทุกเดือนเลย ตอนนี้ที่ห้องผมเป็นที่สะสม cpu รุ่นเก่าๆไปแล้ว

เริ่มเล่น internet ครั้งแรกประมาณปี 1996-97 มั้ง ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร
เพราะว่ายังเป็นจอดำๆ ต้องพิมพ์เอา เหมือนใน dos นะถ้าใครเคยเล่น
หลังจากนั้นก็พัฒนากันมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ผมมี user name ที่ เวบ pantip.com เป็นหลักพันเอง
สมัครเป็นกลุ่มแรกๆ เลยมั้ง ตอนนี้เห็นเป็น 3-4 แสนคนแล้ว ส่วนตัวเรียนวิศวะ แต่ชอบคอม
ก็เลยจะเขียนโปรแกรมได้ ทั้ง C, C++ , java, php, ..... มีเวบของตัวอยู่ 2-3 เวบ ทำเล่นๆ ลองวิชา
ถ้าทุกคนอยากจะรุ่งทางด้าน internet marketing ก็ควรจะรู้การเขียนโปรแกรมไว้บ้างนะครับ
จะผ่อนแรงในการทำอะไรๆ ได้หลายๆ อย่าง

"ตลอดชีวิตที่เล่น net เล่นคอมพิวเตอร์มานี่ ไม่เคยคิดเลยนะว่าในอนาคต มันจะทำเงินให้มหาศาล"

เริ่มทำ affilate เมื่อประมาณปี 2006 กลางๆปี ตอนนั้นทำเล่นๆ ครับ ไม่ได้จริงจัง
มากอ่านหนังสือคุณ trawut เล่มแรก เริ่มกับ cj, clickbank ขายได้นิดหน่อยเท่าทุน พอประมาณต้นปี 2007
ก็มาเริ่มอ่านบอร์ด sem.or.th แล้วก็เห็นมีคนทำ amazon กันเยอะก็เลย
ลองทำบ้าง แต่ก็ยังไม่ค่อยมีแนวทางของตัวเองทำไร ทำไปเรื่อยๆ ซื้อหนังสือ
มาอ่านเกือบทุกเล่ม ไปอบรมกับคุณ trawut กับคุณ wit บ้าง จริงๆ แค่อยากรู้ว่าจะมีอะไรใหม่ๆ บ้าง แต่ส่วนใหญ่
หนังสือก็จะเขียนแบบกว้างๆ ไม่ค่อยเจาะจงเท่าไร ส่วนที่อบรมก็พูดรวมๆ ไม่ลึก ส่วนมากก็เลยเอาเป็นแนวทาง
แค่นั้น ผมเลยไม่ค่อยได้เอามาใช้ ส่วนใหญ่ที่ทำมาก็จะเป็นแนวทางที่คิดเองเป็นส่วนมาก
หลังๆ ก็เลยไม่ค่อยได้ไปอบรมอะไรแล้ว ทดลองศึกษา หาแนวทางของตัวเองดีกว่า
พอจะเริ่มทำจริงๆ ก็ต้องไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น 6 เดือน กลับมาก็ปลายปี 2007 ก็เริ่ม
ทำตอนนี้แหละ จำได้ยอดเดือนแรกประมาณ 200 กว่าเหรียญมั้ง ขาย HDTV
ถ้าใครจำได้ ที่ผม post ไว้แรกๆ


หนังสือเล่มแรกที่ทำให้รู้จักกับธุรกิจ Affiliate

ผมคงจะแปลกกว่าคนอื่นๆ ก็คือตั้งแต่ทำ affilate มายังไม่เคยขาดทุนเลย ปกติ
คนอื่นๆ ที่จะประสบความสำเร็จต้องขาดทุนก่อน แล้วก็เริ่มใหม่ แล้วก็ประสบความสำเร็จ
แต่ผมแบบ ทำเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก เลยไม่เคยขาดทุนเลย (ส่วนหนึ่งก็เรียนรู้จากความ
ผิดพลาดของคนอื่นๆ แล้วมาปรับใช้กับตัวเอง ก็เลยไม่โดนมาก)

เล่ามาซะยาวเลย อย่าพึ่งเบื่อนะครับ เค้าบอกว่าคนที่ชอบเล่าความหลังนี้เริ่มจะแก่แล้ว  cheesy
จริงๆ ผมก็อายุยังไม่มากหรอก 30 ต้นๆ เอง

เอาเป็นว่าดูยอดของเดือนนี้ละกัน ว่าผมได้เท่าไร กับเวลา 1 ปี



ก็ไม่เยอะเท่าไรถ้าเทียบกันคนอื่นๆ
มาดูกันเลยครับว่าผมทำยังไง ถึงได้ขนาดนี้ กับ "10 กลยุทธ์ สู่ยอด $10,000 ต่อเดือน ได้ภายใน 1 ปี"
ผมคิดว่าทุกๆ คนก็ทำได้เหมือนผม ดังนั้นผมจะบอกทั้งหมดแบบไม่มีกั๊กกันเลย เอาไว้ปีหน้าเราจะมี
คนที่ได้เกินหมื่น กันซัก 100-200 คนกันไปเลย

กลยุทธ์ที่ 1 : ใช้ Google Adwords
โดยส่วนตัวแล้วใช้มาหมดทั้ง Adwords, YS!M, Adcenter  ทั้ง 3 อันก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป
แต่โดยรวมแล้ว ผมชอบ Adwords มากที่สุด เพราะว่า ไม่ต้องรอให้ ads active นานเหมือน YS!M
แค่ทำ adgroup ใหม่ แค่ 5 นาที ก็ active แล้ว เวลาสำคัญมากสำหรับผม รอนานไม่ได้ ไม่งั้นสินค้าดีๆ โดนคนอื่นๆ เอาไปหมด
และก็ Google มีเครื่องมือต่างๆ ให้ใช้เยอะมากๆ ถ้าเรารู้ว่าจะต้องใช้มันยังไง และที่สำคัญ Adwords สามารถ
tracking ได้ละเอียดมากเป็นรายชั่วโมง ซึ่งมีประโยชน์มากๆ สำหรับผม และที่สำคัญที่สุด Adwords
ถ้าเราทำ CTR สูงๆ ได้ต่อเนื่อง จะทำให้ราคา bid เราลดลงเร็วมากซึ่งตรงนี้จะดีกว่า YS!M, Adcenter มากเลย

ดังนั้นใช้ Adwords เถอะ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ บางคนอาจจะบอกว่ามันใช้ยาก ต้อง
bid สูงๆ ads ถึงจะขึ้น จริงๆ แล้วมันก็ไม่ยากมากหรอกครับ เราต้องพยายามทำความเข้าใจมัน
เหมือนที่ผมพยายาม ตอนแรกๆ ผมโคตร เกลียดมันเลย มันเรื่องมาก แต่หลังจากที่หันกลับมา
ทำความเข้าใจกับมันมากๆ มันก็ไม่ค่อยดื้อแล้ว ตอนนี้ adwords ก็เลยเป็นตัวหลักที่ทำเงินให้กับผม
ช่วงนี้ก็เลยรู้สึกรักมันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

เครื่องมือของ Google อันไหนบ้างที่ผมใช้ ก็ทุกอันที่อยู่ใน https://adwords.google.com/select/Tools
แล้วก็ตัวบริหารจัดการ account ก็ต้องใช้ Goolge Adwords Editer (สำคัญมาก ต้องใช้ให้เก่งๆ)

กลยุทธ์ที่ 2 : Tracking ให้ละเอียดที่สุด
ตลอดเวลาที่ผมทำงานมาจะคิดอยู่เสมอว่า "คนที่มีข้อมูลมากที่สุด จะได้เปรียบ"
เหมือนภาษิตที่ว่า "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" ยังใช้ได้อยู่เสมอ
ดังนั้นการทำ Affiliate ถ้าใครไม่ track และเก็บข้อมูลการขายไว้ ไม่มีทางประสบความสำเร็จแน่นอน confirm!
กลยุทธ์นี้ ผมใช้ tracking ละเอียดเป็นรายชั่วโมง, แยกรัฐ  ดังนั้นผมจะมีข้อมูลหมดว่า
คนอเมริกัน ชอบซื้อของตอนกี่โมง รัฐไหนชอบซื้ออะไร และก็ตอนนี้ใครกำลังเข้ามาแข่ง
ขายของตัวเดียวกับผมบ้าง ผมจะเก็บเป็นข้อมูลไว้ทั้งหมด
แล้วมันมีประโยชน์อะไร ก็อย่างเช่น สมมุติ ว่าคุณจะมาขายของชิ้นนึงแข่งกับผม
และผมรู้ว่าไอ้ของชิ้นนี้เนี่ย คนอเมริกามักจะซื้อกันตอน ช่วง ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม ผมก็ทุ่ม
bid เฉพาะช่วงนี้ แต่คุณไม่รู้ คุณ bid ทั้งวันเลย แต่คุณโดนผมแย่ง ช่วงที่ขายดีที่สุดไป
คุณจะใช้ต้นทุนมากกว่าผม แล้วคุณคิดว่า จะแข่งกับผมได้นานหรือเปล่าละ?

ทุกๆ สินค้าที่ขาย ต้อง ทำ excel แยก sheet ไว้ และก็ทำเป็นกราฟ แยกเป็น ทั้งเดือน
ใส่ข้อมูลลงไปทุกวัน เราจะรู้ได้ว่าสินค้าเราขายดีวันไหนของสัปดาห์ ช่วงไหนของเดือน
และก็เวลาไหนขายดีที่สุด อันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย ตอนแรกๆ แต่ในระยะยาวแล้วมีประโยชน์มาก

กลยุทธ์ที่ 3 : พยายามทำ 1 Keywords / 1 Adgroup / 2 Ads Text
คือทำยังไงก็ได้ ให้คำที่เรา bid มีความสัมพันธ์มากที่สุด ทั้งการตั้งชื่อ adgroup
ads text, keywords เพราะว่ามันจะทำให้เรามี CTR ที่สูง และ minimum bid
ของเราจะลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการลดต้นทุนของเรา
และทำให้เรามีกำไรเพิ่มมากขึ้น (รายละเอียดตรงนี้หาอ่านเอาในบอร์ดได้ มีคนโพสไว้เยอะ)
และที่สำคัญมันเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของเราให้สูงกว่าคู่แข่ง พูดง่ายๆ คือ ถ้าจะสู้กันจริง เราจะสายป่านยาวกว่า
เพราะต้นทุนเราถูกกว่า

กลยุทธ์ที่ 4 : Keywords ที่หามาได้ต้องแยกกลุ่มก่อน
ถ้าใครจำได้ เมื่อสมัยก่อนทุกๆ คนจะสอนกันมาว่า ต้องหา keywords ให้ได้เยอะที่สุด
เพื่อว่าจะได้มีคน click เข้าดูสินค้าได้เยอะ และเผื่อว่าจะมีคนซื้อ
ซึ่งจริงๆ แล้วผมคิดว่ามันก็ใช้ได้นะ ไม่ผิด แต่ว่ามันจะมี CTR และ Conversion ที่ต่ำมาก (adwords ไม่ชอบ ctr ต่ำๆ = โอกาสขาดทุนสูง)
และดูเหมือนพึ่งโชคชะตาในการขายของมากไปหน่อย ไม่ค่อยได้ใช้ฝีมือเลย
จริงๆ แล้ว keywords ทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆ มันไม่ได้หมายความว่า ถ้ามีคนค้นหา
แล้ว click เข้ามาที่สินค้าแล้ว จะซื้อทุกคน มันมีความสัมพันธ์ บางอย่าง ไม่รู้จะพูดยังไงดี
เอาเป็นผมเรียกว่า "กลิ่นไอของการซื้อ" ละกัน คือ บาง keywords ที่คนใช้ค้นเข้ามานะ
ถ้าคำไหนมันมี "กลิ่นไอของการซื้อ" มันจะขายได้ บางทีคุณอาจจะนึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไง
ผมจะยกตัวอย่างให้ดูก็ได้ อย่างเช่นผมจะขาย Garmin nuvi 760 อันดับแรกผมก็ต้องไปหา
keywords ใน Google keywords tool ก็จะได้ keywords มากลุ่มนึง ถ้าเราสังเกตให้ดี
จะพบว่า keywords ที่เราหามาได้นั้นมันจะแบ่งเป็นหลักประมาณ 4 กลุ่ม ตามลักษณะ
"กลิ่นไอของการซื้อ" ตามรูปข้างล่าง คือ ง่ายๆ อย่างคำว่า garmin nuvi 760 กับ garmin nuvi 760 review
คุณคิดว่าอันไหนมันมีกลิ่นไอการซื้อมากกว่ากัน ถ้าคุณแยกถูกก็นั้นแหละคุณพอจะเข้าใจแล้ว
คือโดยปกติเวลาผมจะแยก keywords ออกเป็นกลุ่มๆ ผมจะใช้ความรู้สึกของตัวเองว่า
ถ้าผมจะซื้อไอ้ตัวนี้ผมจะต้องทำอะไรบ้าง คิดให้เหมือนลูกค้าคิดนะ เช่นถ้าผมจะซื้อ garmin nuvi 760
สมมติว่าผมยังไม่คิดว่าจะซื่อยี่ห้ออะไรนะ คิดประมาณว่า จะซื้อ Gps ซักเครื่อง ผมก็คงจะเริ่มจาก

1) หากว้างๆ ก่อน เช่น best gps, gps review, top gps เสร็จแล้วผมก็เข้าๆ ไปอ่านๆ ดู (แปลว่าคำพวกนี้ มันไม่ค่อยมีกลิ่นไอของการซื้อเลย ไม่น่าใช้)
2) พอได้ยี่ห้อที่เจาะจงแล้ว ก็ใช้คำเช่น best garmin, garmin review, garmin gps,  (ตอนนี้ยังไม่ซื้อหรอก หาๆ ดูก่อน)
3) เริ่มจะได้รุ่นหละ ก็ใช้คำเช่น garmin nuvi 760 review, garmin nuvi 760 specs, (เกือบๆ ซื้อละขอหาเพิ่มอีกนิดนึง)
4) ได้ละ จะซื้อตัวนี้แน่ๆ ก็ใช้คำเช่น buy garmin nuvi 760, garmin nuvi 760 best price (ซื้อแน่ๆ ถ้าเจอถูกๆ กว่า web อื่นๆ เวลาเปรียบเทียบราคากัน)
ช่วงที่เปรียบเทียบราคาอาจจะใช้เวลาซัก 2-3 วัน แต่ช่วงที่หาวันแรกๆ อาจยังไม่ซื้อเพราะเงินเดือนยังไม่ออก
บัตรเครดิตเงินเต็มต้องรอก่อน,  ..... แต่ตั้งใจซื้อกับ web amazon แน่ๆ เพราะถูกกว่าที่อื่นๆ
5) พอเงินออก ต้นเดือนได้เวลาซื้อซะที่ รู้แล้วนี่ว่าจะซื้อที่ไหน เข้า google เลย และใช้คำ เช่น garmin nuvi 760, garmin 760, nuvi 760
ถ้าเห็น ads ที่เป็น web amazon ก็ click เข้าไปแล้วก็ซื้อเลย (มิน่า คำพวกนี้ bid โคตรแพงเลย)

ข้างบนนั่น ใช้สำหรับผมนะครับ คนอื่นๆ อาจจะต่างออกไปนิดหน่อย หลังจากที่ผมลองทำตัวเป็น
คนซื้อแล้ว ผมก็จะแบ่งกลุ่มออกได้ตามข้างล่าง ดังนั้นผมคิดว่าทุกคนน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า
ไอ้คำไหนที่ มันมีกลิ่นไอของการซื้อ ที่คนจะใช้ค้นหากัน จริงแล้วเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้
keywords เพื่อการซื้อสินค้านี่ เขียนเป็นหนังสือขายได้เป็นเล่มๆ เลยนะนี่ (ว่างๆ จะเขียนออกมาขายมั่ง จะมีใครซื้อหรือเปล่าเนี่ย)



กลยุทธ์ที่ 5 : อย่าไปกลัวสินค้าที่คนขายกันเยอะๆ
บางคนหาสินค้ามาได้ตัวนึง พอลอง test bid แล้ว ต้องประมาณ $2 ถึงจะขึ้น
ก็ท้อแล้ว อย่าพึ่งเลิกครับ ในวิกฤติ ย่อมมีโอกาสเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นหรือเปล่า
มา มา เดี๋ยวผมจะบอกวิธีที่ผมใช้ให้ รับรองขายได้ทุกคน

บอกให้เลยก็ได้ว่าผมขายของเฉพาะ หน้าแรกสินค้า 1-24 เท่านั้น ช่วงราคา $200 - up
ทุกสินค้า ทุกหมวด ผมใช้วิธีนี้ทั้งหมด เรื่องของเรื่อง ขี้เกียจนะ (ไม่ควรเอาอย่างนะ cheesy) และผมคิดว่ายังไงๆ
มันก็ขึ้นมาเป็น 1-24 สินค้าขายดีละ ก็แปลว่ายังไงๆ มันก็ขายได้ละวะ ส่วนจะทำยังไง
ให้ขายได้ ค่อยมาคิดอีกที  (อืม ไม่อยากจะบอกเลยว่า ที่สอนๆ กันมาว่าให้
ดูกันตรงที่  What Do Customers Ultimately Buy After Viewing This Item? ถ้ามากกว่า 70% ขึ้นไปแล้วน่าสนใจ
จริงแล้วตัวที่ต่ำๆ น้อยกว่า 40% ถ้าเราหา keywords ที่ทำเงินจริงๆ มันทำกำไรมากกว่าพวกเกิน 70% อีกนะดังนั้นก็คือ
อย่าไปเชื่อคนอื่นๆ มาก เชื่อตัวเองดีที่สุด ทดสอบเอง เก็บสถิติเอง ดีที่สุด ที่ผมบอกไปก็อย่าเชื่อมากละ
ต้องลองทำเอง ผมอาจจะมั่วแล้ว ก็วางยาพวกคุณก็ได้ 5555555555 )

ทุกคน คงรู้จัก Long tail ใช่หรือเปล่าครับ อันนี้ก็ใช้กฏ long tail เหมือนกัน ในสินค้า 1 ตัวที่เรา
เลือกมา keywords ที่คนใช้ค้นหา ก็จะเป็นแบบ long tail ด้วย คือจะมี keywords อยู่
ไม่กี่คำที่คนค้นหาเยอะ มีการ bid ที่สูง และคำอื่นๆ ก็จะลดหลั่นกันลงไปเป็นลักษณะ
กราฟ แบบ long tail  และถ้าเราลอง bid ทั้งหมดทุกคำที่มีอยู่เลยนะ (สมมติ อย่าไป bid จริงละ)
มันก็จะเกิดเส้นขึ้นมาอีกเส้นนึงก็คือ เส้น ROI (อันนี้ผมคิดเอง) คือไอ้พวก keywords ท้ายๆ เนี่ยจะให้ค่า ROI ที่ดีกว่าเสมอเพราะว่า
มัน bid ถูก และถ้ามีคนซื้อก็จะได้กำไรมาก ตามรูปข้างล่าง



ตรงที่ผมใช้ลูกศรชี้ไว้ก็คือ จุดที่ผมสนใจเพราะว่ามันลงตัวที่ ราคา bid ไม่สูงมาก
มีคนค้นหาและซื้อพอสมควร มันเป็นจุดสมดุลของระบบ เอาละพักตรงนี้ไว้ก่อน
เดี๋ยวจะอธิบายอีกทีว่าจะเอาไปใช้ยังไงต่อไป
« Last Edit: January 04, 2009, 01:56:25 PM by R@Y » Logged

ถ้าคุณสู้ จะมีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ อาจจะชนะหรืออาจจะแพ้
ถ้าคุณไม่สู้ มันก็จะเหลือแค่ทางเดียว คือ คุณจะแพ้แน่นอน!

ไม่ว่าจะล้มลงสักกี่ครั้ง บอกตัวเองให้ลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้
R@Y
นิสิตรุ่นใหญ่
****

Thanks! : 32
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 224


ทำ ทำ และก็ทำ

googhydr
« Reply #1 on: December 26, 2008, 04:46:48 PM »

กลยุทธ์ที่ 6 : เข้าใจความสัมพันธ์ของ Ads Text, CTR, Keywords
หลังจากที่เราคัดแยก keywords ที่มีกลิ่นไอของการซื้อ ออกมาได้แล้ว ขั้นต่อมา
วิธีที่ผมใช้ก็คือ ผมจะลอง bid keywords ทั้งหมดที่ผมได้เลือกมาแล้วโดยให้อยู่ Adgroup เดียวกันก่อน
ขั้นตอนนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด ในการที่จะคัดแยก keywords ที่มีกลิ่นไอของการซื้อ ออกมาเป็น keywords ทำเงิน
การเขียน Ads text และ keywords ต้องสัมพันธ์กันมากๆ และเราจะทดสอบ bid ให้สูงที่สุดเพื่อให้ ads แสดงขึ้นมา
ในขั้นตอนนี้ต้องเฝ้าดูอยากระมัดระวัง ตลอดเวลา เพราะว่าเราต้องกรองเอาตัวที่ค่า bid สูงๆ ออกไปก่อน (ตามกลยุทธ์ที่ 5)
ถ้าเราไม่เฝ้าดูอยู่หรือ bid ทิ้งไว้แล้วไปนอน ตื่นตอนเช้ามาอาจจะช๊อคตายได้นะครับ ขอเตือน!!! ขั้นตอนนี้ต้องเสียเงินไปก่อน
จำนวนหนึ่ง (เป็นต้นทุน ที่เอาไว้กรองหา keywords ทำเงิน ถ้าหาเจอแล้ว เดี๋ยวก็ได้คืนกลับมาทั้งหมดทบกำไรด้วย)
โดยลักษณะเฉพาะตัวของ Keywords ทำเงินที่เราต้องพิจารณาก็คือ

1. Bid Exact เท่านั้น
2. ราคา bid ต้องไม่แพงมาก < $1
3. CTR > 10% ขึ้นไป
4. การ click อย่างน้อย วันละ 5 - 30 click / วัน
5. อย่าลืม track แยก keywords รายตัวด้วย

ถ้าไม่ตรงตามข้างบนลบทิ้งไปเลย ไม่ต้องเสียดาย
ตรวจสอบ update ยอด amazon ว่าขายได้หรือเปล่า กี่ชิ้น กำไรขาดทุนเท่าไร
ถ้ากำไร ก็แยกไปทำ 1 Keywords / 1 Adgroup / 2 Ads Text และก็เก็บสถิติตาม กลยุทธ์ที่ 2
การ bid ทดสอบ ถ้าในเบื้องต้นเราเก็บข้อมูลมาดี ก็เลือก bid เฉพาะช่วงเวลาที่คนซื้อเยอะๆ
ก็ได้ เพื่อลดต้นทุนในการทดสอบไปส่วนหนึ่ง (ข้อมูลที่เก็บไว้เริ่มเอามาใช้ประโยชน์แล้ว)
จริงๆ แล้วถ้ามีงบซะหน่อยก็ควรจะทดสอบให้ครบ 1 อาทิตย์ เพราะว่าจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้ว
สินค้านี้ขายได้จริงๆ หรือเปล่า เพราะบางครั้งเราดันไป test bid ในช่วงที่คนไม่ซื้อพอดี
แล้วคิดว่ามันขายไม่ได้ ก็จะเสียโอกาสไปเปล่าๆ

การทดสอบตรงนี้ ในสินค้าที่เราเลือกมา อาจจะไม่มี keywords ทำเงินเลยก็ได้นะครับ
ก็ไม่ต้องไปเสียดาย หาตัวใหม่แล้วก็ทำแบบเดิม อาจจะต้องลงเงินทุนไปส่วนหนึ่งก่อน
บางครั้งเป็น 10 ตัวก็อาจจะไม่เจอเลย แต่ถ้าเจอแล้ว 1 ตัวมันจะคืนเงินทุนที่เราใช้ไปทั้งหมด
คืนมาเองบวกกำไรให้ด้วย ดังนั้นไม่่ต้องตกใจ สถิติที่ผมทำไว้ ก็ประมาณ 5-10 สินค้าก็จะเจอ
ซักตัวหนึ่ง (อันนี้แล้วแต่ เทคนิคการค้นหาสินค้าใครแข่งแกร่งกว่าก็ได้เปรียบครับ)

โลกของความจริงมันไม่สวยหรู ขนาดว่าหาปุ๊บ เจอปั๊บ เลยนะครับ ต้องเตรียมใจไว้ด้วย

"ลักษณะพิเศษของ Keywords ทำเงินก็คือ จะต้องเขียน  Ads Text ให้สัมพันธ์กับ Keywords มากๆและ CTR>10%"

CTR ที่สูงเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า keywords และ ads text โดนใจ โอกาสซื้อสูงมากๆๆ
ถ้าหาได้เจออย่างข้างบนโอกาสที่จะเจอ keywords ทำเงินก็จะสูงมาก และที่สำคัญ เราจะกรองออกมาเฉพาะ
keywords ที่เราสนใจในกราฟ ของ long tail ข้างบนที่ผมแสดงให้ดูไปโดยอัตโนมัติ ก็คือ bid ไม่สูงเกินไป ctr ดี มีคนค้นหาพอสมควร และ ROI สูง

มาดูตัวอย่างส่วนหนึ่งใน adwords เดือนนี้ของผมตามข้างล่าง พวกนี้เป็น keywords ทำเงินทั้งนั้น ผลตอบแทนประมาณ 3 เท่า
ถ้าทำได้ตามนี้ ก็จะได้ Conversion เท่าๆ ผมครับประมาณ 30 - 50% หมายความว่า มีคน Click เข้ามา 3 คนต้องซื้อ 1 คน (เจ๋งใช่ปะ)
และที่สำคัญนะ ผมจะบอกให้ว่า ผมขายแค่ 2 ตัวเองช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้ยอดหมื่นกว่าเหรียญแล้ว แล้วถ้าผมหาได้ซัก 10 ตัวละ
จะได้เท่าไร อืม น่าคิดๆ (จริงๆ ที่ทำแค่ 2 ตัวไม่มีอะไรหรอกเงินไม่พอนะ ถ้ามีเยอะกว่านี้ทำเป็น 10 ตัวแล้ว 55555555)



ดังนั้นบางครั้งเราก็ไม่เห็นต้องกลัวเลยว่าสินค้าที่ขายดีแล้วมีคน bid แข่งเยอะๆ เราจะเข้าไปทำกำไรไม่ได้
ถ้าข้อมูลที่เราเก็บไว้ดี และเราเลือกโจมตี เฉพาะช่วงทำเงิน ที่เรา track ไว้
เราก็ได้กำไรเรื่อยๆ ผมเรียกวิธีนี้ว่า กองโจร เข้าไปตีๆ แล้วก็ถอย 55555555 พวกที่ไม่ยอม track มันไม่รู้ตัวหรอก
ว่าเราแอบไปตี ช่วงทำเงินมา ก็คงแค่คิดๆ ว่า ตัวนี้ขายไม่ดีเลย แล้วก็เลิกขายไป 555555 ก็เสร็จเรา

กลยุทธ์ที่ 7 :  รอบรู้ ว่าช่วงไหนควรทำอะไร
การที่เรารู้ข้อมูล มากกว่าคนอื่นๆ นี่ มันจะทำให้เราได้เปรียบหลายอย่างนะครับ
อย่างที่ผมบอกว่าผมชอบ Adwords มากกว่า PPC ตัวอื่นๆ เพราะว่าส่วนหนึ่ง
แล้วมันมีส่วนแบ่งของการค้นหาที่มากกว่าเจ้าอื่นๆ มากทีเดียวครับ ตามรูปข้างล่าง
ดังนั้นเหนื่อยกับ adwords ตัวเดียวก็คุ้มแล้ว ตัวอื่นๆ ก็ลองไปเล่นๆ ดูเพื่อให้รู้ไว้



หลายคนคงทราบกันมาแล้วบ้างว่า ช่วง  3 เดือนสุดท้ายของปี ยอดรายได้
ของสินค้าที่ขายทาง internet หรือกำไร เกือบจะ 80% ของยอดทั้งปีเลย
อันนี้ไม่ได้พูดลอยๆ นะครับมีข้อมูล ดูตามข้างล่างได้เลย
เราควรจะรู้ว่าเราจะต้องเข้าไปทุ่มเมื่อไร ถอยเมื่อไร หยุดเมื่อไร และเริ่มสะสมเงินทุนเมื่อไร
ตามที่ผมบอกไว้ว่า คนที่มีข้อมูลมากกว่า ย่อมได้เปรียบ ดังนั้นปีนี้ใครพลาดอะไรไป
ปีหน้ายังมีให้แก้ตัวใหม่นะครับ รีบซ้อมๆ ไว้ได้เลยตั้งแต่ต้นปี



การค้นหาสินค้าบางครั้งสินค้าใหม่ๆ ถ้าเรารู้เร็วกว่าคนอื่นและลอง เข้าไปทดสอบขายดู
เราก็สามารถที่จะโกยกำไรไปก่อน ในช่วงแรกๆ ที่คนยังทำน้อยๆ พอคนมาแข่ง bid กันเยอะๆ
จนกำไรน้อยแล้ว เราก็ค่อยชิ่งไปหาตัวใหม่ ตัวที่จะ hot หรือไม่ hot นี่บางครั้งก็มีสัญญาน
ง่ายๆ ให้เราสังเกตกัน ถ้าเราลองไปหาใน Google trends แล้วได้ประมาณข้างล่างละก็ใช่เลย ลุย!





กลยุทธ์ที่ 8 : วางเป้าหมายให้ใหญ่ และซอยเป็นแผนย่อยๆ ถอยหลังกลับมา
การวางเป้าหมายนี่สำคัญที่สุด ถ้าเราไม่มีเป้าหมายแล้ว เราก็จะไม่รู้ว่าเราต้องทำอะไร
เหมือนกับแข่งยิงธนู แล้วไม่มีเป้าให้ แล้วทุกคนจะรู้มั้ยว่าจะต้องยิงอะไร เพื่อที่จะเป็นผู้ชนะ?

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มทำ affiliate คุณต้องวางเป้าหมายก่อนว่าต้องการมียอดเดือนละเท่าไร
ผมจะยกตัวอย่างที่ผมคิดให้ดูนะครับ เมื่อต้นปีผมวางเป้าหมายไว้ที่ $10,000 ต่อเดือนภายใน 1 ปี และตอนนี้
ผมก็ทำได้แล้ว ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของผมก็คือ $100,000 ต่อเดือน เมื่อผมได้เป้าหมายแล้วผมก็จะ
มาซอยออกเป็นแผนย่อยถอยหลังลงมา ก็คือ ถ้าผมต้องการ
$100,000 / เดือน = จะต้องได้ $3,333 / วัน
สถิติเก่าๆ ที่เก็บไว้ ผมทดสอบสินค้าประมาณ 10 ชิ้น เจอที่ทำไร > $100 = 1 ชิ้น
ดังนั้นถ้าผมจะต้องทำเงินวันละ $3,333 ต้องมีสินค้าทำเงิน = 34 ชิ้น ซึ่งต้องทดสอบสินค้าทั้งหมด 340 ชิ้นเป็นอย่างต่ำ
หนึ่งเดือน ผมทดสอบได้ประมาณ 8 ชิ้น 1 ปี ผมจะทดสอบได้ประมาณ 96 ชิ้นเป็นอย่างต่ำ (ขึ้นอยู่กับเงินทุนด้วย มากก็เร็ว น้อยก็ช้า)
ดังนั้นผมก็รู้คร่าวๆ แล้วว่าผมจะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ก็ประมาณ 3 ปี โดยต้องทดสอบอย่างสม่ำเสมอไปเรื่อยๆ

บางคนคิดว่า โอโหตั้ง 3 ปีแนะนานจัง แต่ลองคิดดูดีๆ นะครับ  3 ปี กับ $100,000 / เดือน กำไรประมาณ 6-7 หมื่นเหรียญ
คิดเป็นเงินบาทก็เดือนละประมาณ 2 ล้านกว่าๆ คุณคิดว่าทำงานอีกกี่ชาติ ถึงจะได้เงินเดือนเท่านี้นะ แล้วคุณรู้หรือเปล่า
ว่าผู้บริหารระดับสูง ใน ตลาดหลักทรัพย์ปี 2550 ที่ผ่านมา อันดับ 1 คุณประชัย เลียวไพรัตน์ เงินเฉลี่ยต่อเดือน 2,666,580 บาท
อันดับ 2 คุณบุญคลี ปลั่งศิริ เงินเฉลี่ยต่อเดือน 1,498,571 บาท และผู้บริหารเหล่านี้ต้องใช้เวลา 20-30 ปีในการที่จะได้เท่านี้นะครับ
ในการสร้างธุรกิจขึ้นมา อันดับสุดท้าย เดือนละ 3 แสนกว่าๆ แล้วคุณคิดว่า ถ้าเราพยายามกันแค่ 3 ปี แล้วได้เกือบเท่าๆ กัน หรือ
มากกว่า ผู้บริหารบริษัทดังๆ มันคุ้มหรือเปล่าครับ

กลยุทธ์ที่ 9 : กระจายความเสี่ยง
ถ้าคุณเป็นคนที่ทำธุรกิจ Affiliate มาตั้งแต่ต้นจะรู้ว่า ไม่ได้มีแค่ Amazon ที่เดียว และผมก็ไม่ได้ทำ
ที่เดียวด้วย ผมทำหมดทั้ง Amazon, CJ, Clickbank, Linkshare, Shareasale, Google affiliate อื่นๆ อีก นึกไม่ออกเยอะ
และแต่ละที่ก็มีรายได้พอสมควร หลักการทำก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก
ควรจะกระจายรายได้ไปหลายๆที่ เพราะว่าไม่มีอะไรแน่นอน และคนเราควรมีแผน 2 แผน 3 ไว้ด้วย
ไม่ควรทุ่มไปที่ใดที่หนึ่งเป็นเงินเยอะๆ เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาด อาจจะเจ็บหนักได้

จริงๆ ผมลงทุนในหุ้นที่พื้นฐานดีๆ มาตั้งแต่ก่อนที่จะทำ Affiliate แล้ว เริ่มประมาณปี 2004 ก็เลยมีพอร์ต อยู่ประมาณนึง
ผมเป็นโรคจิต ชอบวิเคราะห์พวกข้อมูล ตัวเลข อะไรแบบนี้ ก็เลยชอบเอางบการเงิน ของบริษัทในตลาดหุ้น
มาวิเคราะห์ ถ้าบริษัทไหนพื้นฐานดีมีอนาคตก็จะไปซื้อเก็บไว้ ผลตอบแทนก็ประมาณ 10-20% ต่อปี
อันนี้ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงอีกอันหนึ่ง ผมลงทุนแบบ VI เก็บยาวรอกินปันผล

กลยุทธ์ที่ 10 : ทำบุญมากๆ, อ่านหนังสือเยอะๆ , แบ่งเวลาให้เป็น และอย่าลืมฝันของตัวเอง
ทำบุญกันเยอะๆ นะครับบางครั้งผมก็บอกไม่ได้ว่ามันมีผลหรือเปล่า เพราะผมถ้ามีเวลาผมก็พยายามทำให้มากๆ
ซึ่งก็ไม่รู้จะเกี่ยวกันหรือเปล่าเวลาทดสอบสินค้าต่างๆ ผมมักจะเจอสินค้าทำเงิน แค่ทดสอบไป 1-2 ตัวเท่านั้น
ดังนั้นทำบุญกันเยอะๆ นะครับ การทำงานจะได้ราบรื่น

หนังสืออะไรที่เราคิดว่ามันมีประโยชน์ต่อเรานะ ซื้อไปเถอะครับ อย่าไปเสียดายเงินเลย
หนังสือดีๆ ซักเล่มอ่านแล้วอ่านจะเปลี่ยนชีวิตเราไปเลยก็ได้ครับ
ดูหนังสือของผมส่วนหนึ่งก็ได้ ที่จริงข้างหลังเป็นตู้หนังสืออีก 2 ตู้ ไม่อยากถ่ายให้ดูมันรก 5555
อันนี้ office ผมเอง ไม่เคยโชว์ให้ใครดูเลยนะครับ (มีหนังสือใครบ้าง ก็ลองๆ ดูได้นะครับ ซื้อมาเกือบครบทุกคน)



ผมบอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมเป็นพนักงานบริษัทดังนั้น วันธรรมดาของผมก็เลยต้องทำงานอยู่ที่ทำงาน
แล้วผมเอาเวลาที่ไหนมาทำ affiliate ละ ผมก็พยายาม ทำแผนการทำงานของผมออกมาว่า ช่วงเวลาไหน
ผมต้องทำอะไรบ้าง ก็จะได้ออกมาตามข้างล่าง จริงๆ แล้ว ผมว่าเวลาของทุกคนเท่ากันแหละครับ
อยู่ที่ว่าใครจะใช้ได้คุ้มค่ากว่ากัน ผมจะให้เวลาช่วง 2 ทุ่ม - เที่ยงคืน ทุกวันในการทำงาน วันเสาร์ก็พักผ่อน
ตอนกลางวันให้เวลาตัวเองบ้าง  (ลืมบอกไปผมยังไม่ได้แต่งงาน) วันอาทิตย์ก็ทำ affiliate ทั้งวัน
ใครจะลองเอาไปใช้บ้างก็ได้นะครับ ถ้าเรามีแผนการทำงานก็จะฝึกความมีวินัยของตัวเราเองด้วย



และสุดท้ายถ้าคุณมีความฝันอยากที่จะทำอะไรในชีวิต ก็อย่าลืมมันนะครับ ให้นึกถึงทุกๆเช้า
เวลาที่คุณตื่นนอน นึกให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ให้รู้สึกว่าคุณไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ แล้ววันหนึ่งคุณ
จะได้ไปอยู่ตรงนั้นเอง อย่างผมก็มีฝัน ที่จะไปซื้อที่ที่จังหวัดน่าน บนเขาซักผืน ทำไร่นาสวนผสม เลี้ยง
เป็ดไก่ ปลูกผักกินเอง ในบ้านก็จะมี internet ผ่านดาวเทียม ทำ affliate มองออกไปข้างนอกเป็นเทือกเขาสุดสายตา
ข้างๆ บ้านมีห้องวิจัยพนักงานไฟฟ้าทดแทนสำหรับในบ้าน เพื่อว่าในอนาคตประเทศเราจะได้มีเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก
อยู่ทุกบ้าน เป็นพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมด ติดยี่ห้อ R@Y ซึ่งตอนนี้ก็คิดขั้นตอนไว้หมดแล้วยังขาดทุนวิจัยอยู่
ไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง 2 ครั้ง (ผมอยากไปเกาะ Bora Bora มากเลย ถ้ามีโอกาสเมื่อไรต้องไปแน่นอน)
อันนี้คือความฝันของผม แล้วคุณละ?



สุดท้ายนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะบอกอะไรอีกแล้วนะครับ เพราะนี่ก็บอกไปแบบสุดๆ แล้ว ถ้าคิดเป็นเงินนี่ไม่รู้
จะมีมูลค่าเท่าไร แต่ผมไม่คิดหรอก ผมคิดว่าการที่เราให้ความรู้กับคนอื่นๆ อย่างน้อยก็เป็นการฝึก
ความเข้าใจของเราให้มากขึ้นไปอีก และผลบุญก็ส่งให้ผมมีความคิดอะไรดีๆ มาให้ทุกคนได้อีก

และอีกอย่างนึงที่อยากจะบอกก็คือ
เงินน้อยเงินมากไม่เกี่ยวกับความสุขนะครับ ถึงวันนี้เราจะได้แค่นิดเดียว แต่ถ้าเรามีความสุขกับมันก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วนะครับ
อย่าไปคิดว่าทำไมยอดขายเราน้อยจัง แล้วเกิดเป็นทุกข์ อันนี้ไม่ใช่นะครับ ถ้าพยายามแล้วมันไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าเรามองกลับ
ไป เราก็มาไกลกว่าคนอื่นๆ มากมายแล้วครับ ได้รู้ในสิ่งที่คนอื่นๆ อีกมากมายไม่รู้ ได้เห็นโลกที่แตกต่างเกินจิตนาการ อันนี้คือกำไรที่เราได้แล้วครับ
และที่ผมอยากหาเงินมาเยอะๆ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมต้องการเงินมาทำวิจัยเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าทดแทนนะครับ ซึ่งตรง
นี้ไม่มีใครยอมให้ทุนวิจัยผมเลย ก็เลยต้องหาเอาเองก็ได้ (ว่ะ) เกิดมาชีวิตหนึ่งก็อยากจะฝากชื่อไว้กับประเทศไทยบ้าง.. จะได้ไม่เสียชาติเกิด

"เราต้องควบคุมเงิน ไม่ใช่เงินควบคุมเรา"

ก็หวังว่า ทุกคนจะรวยๆ กันทุกคนนะครับ แล้วก็ปีหน้า เราก็จะมาโพส กันว่าเกินหมื่นเหรียญ กี่คน
กันนะครับ เอาให้สนุกกันไปเลย แล้วก็อีกประมาณ 3 ปีข้างหน้าผมคงมาโพสหัวข้อนี้ให้กับทุกคนได้อีกว่า
"เผยหมดเปลือก 10 กลยุทธ์ สู่ยอด $100,000 ต่อเดือน ได้ภายใน 4 ปี"  เนื้อหาข้างในก็เขียนว่า " กลับไปอ่านอันเก่าเมื่อ 3 ปีก่อน" 55555555

อยากจะบอกทุกๆคน นะครับ ว่ามันไม่ยากอยากที่คุณคิดหรอก ถ้าเราพยายามมากพอ จะได้เลิกเป็นมนุษย์เงินเดือนกันซะที
และคิดดูนะครับ ถ้าเราทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ อีก 10-20 ปีข้างหน้าเราเอาเวลาไปเที่ยวทั่วโลกได้เลยนะครับ
เพราะตลาด online มันจะใหญ่กว่านี้อีกมากเลยครับ เด็กอเมริกัน ที่อายุ 10-20 ปีตอนนี้ พอโตขึ้น มีงานทำ
ชีวิตของเด็กพวกนี้จะอยู่กับ internet นะครับ มีกำลังซื้อมหาศาล ดังนั้นคนที่เข้ามาธุรกิจนี้ตอนไหนก็ไม่ช้าหรอกครับ

"ถ้าอยากขนะมากพอ เราจะชนะ"

R@Y

ปล.

มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 5
มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 10
มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 11
มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 12
มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 15
มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 16

หมายเหตุ (4/01/09)

ขอทำความเข้าใจกับทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความของผมก่อนนะครับ วิธีการทำงานของผมที่ได้เขียนเล่าให้ฟังไป
ผมไม่ได้หมายความวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ทุกคนต้องทำตามนะครับ มีวิธีอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้
วิธีการของผมก็เพียงแค่เส้นทางเล็กๆ เส้นหนึ่ง ที่จะไปให้ถึงจุดหมาย จากเส้นทางอีกเป็นล้านๆ เส้นทาง (วิธีของผมอาจจะอยู่ปลายๆ กราฟ Long Tail)
และผมก็อยากจะเพียงแค่มาเล่าประสบการณ์ในการทำงานของผมกับ Amazon ให้กับทุกๆ คน ได้ทราบว่าบางครั้งเราก็ต้องหาแนวทางที่เราถนัดที่สุด
ที่เหมาะกับตัวเราที่สุด เพื่อจะเดินไปที่จุดหมาย จุดเดียวกันครับ,  ถ้าเราจะไปเชียงใหม่ ก็ไปได้ตั้งหลายทางใช่มั้ยครับ เดินไป, ขี่จักรยานไป
ขับรถไป, โบกรถไป , หรือนั่งเครื่องบินไป  ก็ถึงเชียงใหม่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าต้นทุนเงินและเวลา ของใครจะดีที่สุดครับ
(ของผมอาจจะเป็นแบบนั่งเครื่องบินไปก็ได้ครับ เร็ว และแพง แถมเสี่ยงเครื่องบินตกอีก 5555555555)

หมายเหตุ (18/01/09)

บทความของผมไม่คิดมูลค่าและมอบให้เป็น Copyright ของ เวบ sem.or.th นะครับ และถ้ามีคนเอาไปหาประโยชน์ทางการค้า
โดยไม่ให้เครดิตหรือกล่่าวถึงที่มาของบทความ โดยนำไปลงโฆษณาตามเวบต่างๆ ทำเสมือนเป็นบทความของตัวเอง
และมีการแอบแฝงเีรียกเก็บเงินค่าบริการ ซึ่งตรงนี้ผิดวัตถูประสงค์ของผมที่จะให้บทความและความรู้่นี้แก่ทุกคน
โดยไม่มีการคิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าใครนำไปหาประโยชน์เข้าตัวเอง รบกวนให้ทาง เวบ sem.or.th ช่วย
แจ้งเตือนให้หยุดการกระทำนี้ทันทีด้วยครับ และดำเนินคดีตามกฏหมายหากไม่หยุดการกระทำ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน
ในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่แสวงหาผลกำไรและถูกนำไปหาประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมครับ

และบทความนี้สามารถนำไปเผยแพร่ได้ ถ้าไม่ได้นำมาซึ่งประโยชน์ทางการค้า ให้เครดิตคนเขียนและอ้างอิงแหล่งที่มา

R@Y
« Last Edit: January 28, 2009, 07:17:38 AM by R@Y » Logged

ถ้าคุณสู้ จะมีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ อาจจะชนะหรืออาจจะแพ้
ถ้าคุณไม่สู้ มันก็จะเหลือแค่ทางเดียว คือ คุณจะแพ้แน่นอน!

ไม่ว่าจะล้มลงสักกี่ครั้ง บอกตัวเองให้ลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้
porjung
ปรมาจารย์
*****

Thanks! : 1
Offline Offline

Posts: 252



« Reply #2 on: December 26, 2008, 04:50:11 PM »

ขอเจิมเป็นคนแรกเลย ขอบคุณมากครับ หมดเปลือกจริง ๆ  kiss
Logged

ขาย Coupon adwords $100 สนใจ pm มาคุยกันครับ.......
pook
Administrator
ปรมาจารย์
*****

Thanks! : 58
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 2996


บริกรพร้อมบริการ

Google Talk ecomhost@hotmail.com ecommedia
WWW Email
« Reply #3 on: December 26, 2008, 05:05:23 PM »

ขอบคุณมากๆ ครับ จากวันเดือนปีที่เรารับความรู้จากท่านนั้น สู่ท่านต่อๆ ไป
และกระทู้นี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ยังอยู่ และให้ความสนใจ รวมถึงที่ยัง
รั้งๆ รอๆ อยู่ให้เข้ามาลองดูกันครับ

ปล. ผมเปิดรุปไม่ขึ้นนะครับ แนะนำ www.upic.me

ขอแสดงความนับถือ
ปุ๊ก
Logged

FakeMoney
ประถมศึกษา
**

Thanks! : 0
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 35



WWW
« Reply #4 on: December 26, 2008, 05:06:14 PM »

 cool
ขอบคุณนะครับ ฝันผมตอนนี้คือ เก็บเงินแต่งงาน ถ้าพลาดไปคงไม่มีโอกาสแก้ตัว.
Logged

*** Tel 083-757-1515 ติดปัญหา Joomla ตรงไหนรับปรึกษาฟรี โทรมาเถอะครับ ถ้าตอบได้ช่วยแน่นอน ไม่มีกั้ก. ***
***modty.comของดีๆ สำหรับ joomla ใครจะพลาด***
*** http://???.pr.in.th subdamain Free รอคุณอยู่ +Free host 300MB NO Ads ของดีๆ สำหรับคุณ มีสอนใช้ละเอียดยิบ ***
*** เว็บบอร์ดหลัก ของ จูมล่าประเทศไทย   มาทักทายกันได้นะครับ ***
*** ขายของกันให้รวยจนนับเงินไม่ทัน  ด้วย Mall System เตรียมตัวพบกับ ร้านค้าของคนไทย เร็วๆนี้  ***
*********เกลียด อีโมเว็บนี้มากๆ ไม่รู้ใช้อะไรดี มันไม่สื่อเลย*********
songuru
ปรมาจารย์
*****

Thanks! : 4
Offline Offline

Posts: 442


Email
« Reply #5 on: December 26, 2008, 05:07:19 PM »

ขอบคุณมาก ครับ ท่าน R@Y ไม่เสียแรงที่รอนาน มาแล้ว ขอให้หมาน ๆ มากกว่าเดิมนะครับ 
Logged

RaFaeL
มัธยมศึกษา
***

Thanks! : 0
Offline Offline

Posts: 144


Email
« Reply #6 on: December 26, 2008, 05:10:20 PM »

ขอบคุณครับ เป็นขั้นเป็นตอนดีจริง ๆ ครับ อย่างงี้ต้องเข้ามาอ่านอีกหลาย ๆ รอบเลย  cheesy
Logged

jellyz
อาสาสมัครเสียว
ปรมาจารย์
*****

Thanks! : 5
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 772


Rakky Me


WWW Email
« Reply #7 on: December 26, 2008, 05:14:35 PM »

ขอบคุณมากเลยครับ อธิบายอย่างละเอียดเลยครับ หลายอย่างเป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนเลยจริงๆ ว่าแต่ทำไมสนใจไปซื้อที่ดินที่จังหวัดน่านละครับ หรือว่าเป็นคนน่าน ถ้าเป็นคนน่านนี่ผมจะดีใจมากเลย ที่เห็นคนบ้านเดียวกันประสบความสำเร็จ
Logged

I find that the harder I work the more luck I seem to have
Rakphat.com แม้จะถูกแบนจาก Google แต่ก็จะสู้ต่อไป
Grocerywis.com | Naruto Toys | Nintendo DS Lite Bundle |
queen110
ปรมาจารย์
*****

Thanks! : 1
Offline Offline

Posts: 423



Email
« Reply #8 on: December 26, 2008, 05:19:42 PM »

อธิบายได้ใจจริงๆ cheesy
Logged

มือใหม่หัดขับ
shoppings bargain rate
verkaufshop
pophonic
มัธยมศึกษา
***

Thanks! : 1
Offline Offline

Posts: 146



« Reply #9 on: December 26, 2008, 05:21:10 PM »

เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มากๆครับ ขอบคุณมากครับ kiss

ขอถามนิดนึง รายได้เรทนี้ $10000 และสถิติต่างๆนี้ เก็บเฉลี่ยมาทั้งปีหรือเปล่าครับ
คือสถิติกำไรของ aff มันจะมาพุ่งเอา สองเดือนสุดท้ายของทุกปี
ผมมาขายได้เยอะก็ช่วงนี้น่ะครับ พอเริ่มต้นปีผมกลัวว่ามันจะกลับมาที่ระดับปกติ Sad
Logged

wiroon
มัธยมศึกษา
***

Thanks! : 4
Offline Offline

Posts: 148


WWW Email
« Reply #10 on: December 26, 2008, 05:22:18 PM »

ขอบคุณมากๆครับ สำหรับการแบ่งปันสิ่งดีๆ  cheesy
Logged

rattana
มัธยมศึกษา
***

Thanks! : 0
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 97

B-Astore

Google Talk rattana_n6@hotmail.com
WWW Email
« Reply #11 on: December 26, 2008, 05:25:07 PM »

สุดยอดครับ ผมก็จะพยายามให้มากกว่านี้อีก
Logged

R@Y
นิสิตรุ่นใหญ่
****

Thanks! : 32
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 224


ทำ ทำ และก็ทำ

googhydr
« Reply #12 on: December 26, 2008, 05:27:26 PM »

แก้เรื่องรูปให้แล้วนะครับ เหนื่อยเลย

ผมเป็นคนนครนายกครับ ทำงานอยู่อยุธยา มีแฟนเป็นคนแพร่ แต่ว่าชอบเมืองน่าน เพราะว่าเคยไปเี่ที่ยวแล้วชอบ
เมืองสงบ สวย มีทิวเขาแบบที่ผมชอบ อยากไปอยู่ที่นั่นครับ

R@Y
Logged

ถ้าคุณสู้ จะมีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ อาจจะชนะหรืออาจจะแพ้
ถ้าคุณไม่สู้ มันก็จะเหลือแค่ทางเดียว คือ คุณจะแพ้แน่นอน!

ไม่ว่าจะล้มลงสักกี่ครั้ง บอกตัวเองให้ลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้
rattana
มัธยมศึกษา
***

Thanks! : 0
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 97

B-Astore

Google Talk rattana_n6@hotmail.com
WWW Email
« Reply #13 on: December 26, 2008, 05:44:47 PM »

ผมเป็นคนอุตรดิตถ์ครับ ความฝันของผมก็คล้ายกับคุณR@Y แต่ผมคงไม่ทำวิจัยเพราะว่าไม่ได้เรียนมาทางนี้ แต่ผมอยากทำไร่นาสวนผสม อยู่แบบพอเพียง และทำaffiliat อยู่กับบ้านและครอบครัว สู้ๆ โว้ย
Logged

AnalogMKT
มัธยมศึกษา
***

Thanks! : 0
Offline Offline

Posts: 101



Email
« Reply #14 on: December 26, 2008, 05:46:10 PM »

หมดเปลือกจริงๆ ครับ ขอให้ถึงเป้าหมายเร็วๆ นะครับ  kiss
ส่วนผมคงต้องขอรับคำแนะนำไปทำด้วยความเต็มใจ(มากๆ ) ขอบคุณครับ
Logged

oil481236
ประถมศึกษา
**

Thanks! : 7
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 74



« Reply #15 on: December 26, 2008, 06:08:46 PM »

สุดยอดมากๆ ขอบคุณจริงๆครับ  rolleyes
Logged

pling
เด็กอนุบาล
*

Thanks! : 0
Offline Offline

Posts: 34


WWW Email
« Reply #16 on: December 26, 2008, 06:13:44 PM »

ขอบคุณครับ ปีหน้าผมจะทำให้ได้อย่างเป้าแรกคุณ
Logged

ขอตั้งต้นใหม่อีกที
magicx
นิสิตรุ่นใหญ่
****

Thanks! : 2
Offline Offline

Posts: 206


Email
« Reply #17 on: December 26, 2008, 06:22:22 PM »

 ยอดเยี่ยมคับ cheesy
ข้อหนึ่ง ที่เหมือนๆกันทุกคนของคนที่ประสบความสำเร็จ ก็คือ การคิดแบบมีแบบแผน
Logged

WinPlu$
ปรมาจารย์
*****

Thanks! : 9
Offline Offline

Posts: 610


@ ทำใจดี ๆไว้นะ @


« Reply #18 on: December 26, 2008, 06:46:33 PM »

ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ
Logged

รักตัวเองให้เยอะ ๆ ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไป  Dyson :: Canon Printer :: DDD Camera :: LEGO :: Blu-ray Movies :: Health & Personal Care :: Women's Sandals :: Clearblue Easy Fertility Monitor :: Computer Accessories :: Office Supplies :: Levi's Jean
IzeSem
นิสิตรุ่นใหญ่
****

Thanks! : 0
Offline Offline

Posts: 169



« Reply #19 on: December 26, 2008, 07:18:01 PM »

ขอบคุณครับ  cheesy
Logged

Pages: [1] 2 3 ... 27   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC

Google visited last this page November 20, 2009, 07:24:05 PM